SF Mr.Wrong [KhunDong] Ch.4 {End}

posted on 03 May 2010 22:29 by 2pmuii

  

 

Title : [SF] Mr.Wrong (คุณชายรอง)

Chaper : 4/4

Couple : Khunwoo

Author : MuiMachine

Rate : PG-13

Date : 31/03/2010

 

Chapter 4     Mr.Wrong

 

 

             “คุณชายครับ รถคันสีเหลือง เสร็จแล้วนะครับ ทำสีใหม่ เรียบร้อยแล้วครับ สวยกว่าเดิมอีกนะ”

              ยุนดูจุน หัวหน้านายช่างคนสนิทของท่านรองประธานบริษัทแห่งนี้ เข้ามารายงานเจ้านายที่ออฟฟิต
 


            “โอ้ งั้นดีเลย เดี๋ยวผมจะออกไปดูว่าจะสวยอย่างที่โม้ไว้รึเปล่านะดูจุน ยิ่งรายนี้สำคัญมาก
เจ้าของรถคันนี้เค้าไม่เหมือนคนอื่นๆหรอกนะ”

              ชายหนุ่มกล่าวกับคนสนิทยิ้มๆ


 
              “อ๊ะๆนั่นแน่ แฟนสาวคนใหม่หรือคุณชาย มิน่า ช่วงนี้ถึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ   แหม ผมละอิจฉาจริงๆ
แฟนแต่ละคนสวยๆ น่ารักทั้งน้านนน ไม่ก็น่าเจี๊ยะขาดใจ”
 


               “ดูจุน ให้มันน้อยๆหน่อย ไปทะลึ่งที่อื่นเลยไป๊”

                คุณชายกล่าวแบบปรามๆไอ้เจ้าลูกน้องจอมทะลึ่งที่มีตำแหน่งพวงท้ายเป็นเพื่อนของเขาด้วย
 แต่มันก็ยังทำสีหน้าล้อเลียนเขาก่อนมันจะออกจากห้องไป

 


 
                 หลายวันมานี้เขารู้สึกอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก ทำไมนะ คิดถึงเจ้าของรถสีเหลืองคันนั้นแล้วมันอดยิ้มไม่ได้ทุกที


                นิชคุณเองก็ทำท่าจะออกไปดูรถตามที่ดูจุนมันบอกเหมือนกัน หากแต่ว่า เสียงโทรศัพท์มือถือ
ในกระเป๋ากางเกงได้ดังขึ้น


                แต่เมื่อเห็นว่าใครโทรมา รอยยิ้มบนใบหน้าเมื่อครู่ ก็กลายเป็นสีหน้าเอือมๆเข้ามาแทนที่
แต่ก็จำใจรับอย่างเสียไม่ได้   หากฝ่ายนั้นมีเรื่องสำคัญจริงๆ ล่ะ


 
              “สวัสดีคับ มีปัญหาอะไรรึป่าว” แม้เวลานี้จะไม่อยากคุย แต่เขาก็ยังรักษาน้ำเสียงในการพูดได้นุ่มหูน่าฟังเช่นเดิม


 
               “ถ้าเรื่องนั้นละก็ คุณตัดสินใจแทนผมได้เลยคับ ผมมอบหน้าที่ตรงนั้นให้คุณบริหารแล้ว
ผมเชื่อใจคุณนะคับ .....ครับๆ ......หาาาา จะมาปูซานหรอ........ ปล่าวๆๆ ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีจริงๆ
แต่ผมว่าคุณอยู่ทีนั่นนะดีแล้ว   ถ้าคุณมานี่ใครจะช่วยดูแลบริษัทที่โซลละคับ ยิ่งช่วงนี้ยิ่งมีสงครามกลางกรุงกันอยู่......ปล่าวนะๆ ผมไม่ได้อยากให้คุณโดนระเบิดซักหน่อย ใครจะกล้าคิด.....นา นะ
ใครจะดูแลพนักงานถ้าเรามานี่กันหมด...เฮ้อ....เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรค่อยโทรมาอีกทีแล้วกันนะคับบ ”


             ผู้บริหารหนุ่มรูปงามวางหูโทรศัพท์อย่างรู้สึกหงุดหงิด ก่อนเดินออกไปด้วยอารมณ์ไม่ค่อยปกตินัก ผิดกับตอนแรกที่เดินเข้ามาในห้องนี้ลิบลับ


 
                                         


 
     

 

 


 
            “นายชอบมั้ยอูยอง สวยเหมือนเดิมมั้ย แต่ผมว่า....สวยกว่าเดิมอีกนะ”


             นิชคุณถามขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาดจิตเหมือนเคย  แต่สายตาเสมองไปที่เจ้าของรถ มากกว่าจะมองรถที่ว่าสวยขณะพูด


              หลังจากนิชคุณโทรไปบอกอูยองเรื่องรถ เขาก็ยังอาสาไปรับอูยองจากบ้านมาที่บริษัทรถของเขาด้วยตัวเอง


                 อูยองในชุดกางเกงยีนซีดๆและเสื้อยืดสีเลืองหลวมๆ (ที่ไอ้คนมองมัน คิดว่าน่ารักขาดใจ
แต่หากถ้าเป็นคนอื่นใส่เหลืองขนาดนี้คงอุบาทว์ใช่ย่อย) อูยองยิ้มแก้มปริ ด้วยอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เห็นหน้าขาวๆ และรอยยิ้มพิมพ์ใจนั้นอีกครั้ง รอยยิ้มของผู้ชายคนนี้ทำให้โลกดูสว่างไสวเสมอ


                อูยอง เดินสำรวจความเรียบร้อย รอบรถสุดที่รัก อย่างรู้สึกคิดถึง ทุกอย่างเรียบร้อย
สวยงามและดีกว่าเดิม อย่างเช่นที่ไอ้คนเอามาซ่อมมันโม้ไว้จริงๆ
 


              “ค่าซ่อม คงหลายตังค์อยู่สินะเนี้ย” หนุ่มแก้มยุ้ยพูดไปตามที่ตนคิด


              “จะกี่ตังค์ก็ไม่สำคัญหรอกครับอูยอง พี่ทำผิด ก็อยากจะล้างบาป”


               แน่ะ ไอ้นี่ ไม่เจอกันไม่กี่วันเลื่อนขั้นตัวเองเป็นพี่กุแล้วเรอะ แสดดด กุไม่อยากได้พี่
    (แล้วอยากได้เป็นอะไรละด้งศรี)
 

               “ฮึ บาปมันล้างกันไม่ได้หรอกครับนิชคุณ สิ่งเดียวที่คุณจะทำได้คือต้องชดใช้มัน”


               “ชดใช้อย่างนั้นหรือ นายพูดเสียน่ากลัวเลย”
                นิชคุณทำตาโต น่ารัก ด้วยประหลาดใจกับคำพูดไอ้แก้มป่อง
เป็นกริยาที่ทำให้ไอ้แก้มป่องมันรู้สึกแปลกๆ   ‘น่ารักตายละมึง  แต่ก็นะ..’


                 “จะกลัวอะไรละครับ มันเป็นกฎแห่งกรรม ทำอะไรไว้คุณก็จะต้องรับผิดชอบผลกรรมนั้นของคุณ 
 แต่ที่ผมคิดก็คือ ถ้าคุณล้างบาปได้เหมือนล้างสิ่งสกปกที่ติดอยู่ที่ตัวคุณ เหมือนล้างรถ
โลกนี้คงไม่มีใครอยากทำบุญ เพราะทำบุญมันต้องเสียสละ ทำบาปมันง่ายกว่าเยอะ แล้วบางกรณีก็สนุกกว่าทำบุญเยอะ
                ลองคิดดูสิ ทำชั่วเสร็จ คุณก็มานั่งสวดมนต์ หรือแค่พูดว่า ขอโทษ เสียใจ เพื่อลบล้างบาปอย่างนั้นหรือ   แต่ความจริงแล้วคือคุณต้องชดใช้มัน  ซึ่งอาจจะมาในหลายรูปแบบเช่น เจ็บปวด สูญเสีย อะไรทำนองนี้    โดยความหมายของมัน คำว่าล้างบาป จึงไม่น่าจะถูกต้อง   ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมใครๆชอบพูดว่า  ล้างบาป”


        
                นิชคุณ ตั้งใจฟังคนตัวเล็กจ้อ ด้วยแววตาเคลิ้มๆ แอบขำในใจ เขากำลังโดนเจ้าเด็กแก้มป่องมันเทศน์เอาหรอเนี่ย   แต่ก็ต้องกลับมาคิดว่า เขาต้องมองเจ้านี่ใหม่เสียแล้ว เหมือนจะเป็นคนปากร้าย กวนทีน  แสนงอน   แต่ก็มีมุมมองความคิดที่ลึกซึ้งน่าสนใจ   ว่าไปก็น่าจับมันไปอุปสมบท ซะ ท่าจะรุ่ง
555   อิกคิวเณรน้อยเจ้าปัญญา คงแพ้ราบคาบถ้ามาเจอ อูยองเณรน้อยช่างจ้อ
 


           “ช่ายยย  พี่เห็นด้วยที่อูยองพูดทีเดียว งั้นพี่ก็ทำถูกแล้วสินะ พี่ล้าง เอ๊ย ไม่ใช่ ต้องใช้คำว่า ชดใช้บาป
ไปเรียบร้อยแล้ว ก็พี่จ่ายไปตั้งเยอะนิ   555 ว่าแต่เราเหอะ คิดจะชดใช้บาปที่ทำไว้กับพี่บ้างรึป่าว”


            แววตาเจ้าเล่ห์วาวระยับกับยิ้มมรณะระบายอยู่บนใบหน้างดงามนั้น


            หัวใจอันบอบบางของอูยองไหววูบ กับคำพูดแฝงนัยยะ และสีหน้าท่าทางของคนที่อ้างตัวเองเป็นพี่    
            ‘ ฮึ นิกคุณ ใครกันแน่ที่ต้องชดใช้ แค่เรื่องรถ นายยังชดใช้มันไม่หมดหรอกนะ เพราะนายยังไม่ชดใช้บาปที่ทำไว้กับใจผมเลย’
 
            
            ครั้งนี้อูยองเหมือนมีภูมิคุ้มกันแล้ว จึงเรียกสติของตัวเองกลับมาได้อย่างรวดเร็ว


 
            “เหอะๆๆ หมายความว่ายังไงกัน  ผมไปทำบาปอะไรไว้กับคุณ  จะให้ผมจ่ายเงินค่าซ่อมเองหรอ 
ก็ไหนบอกว่าจะรับผิดชอบไง บาปมันชดใช้ด้วยเงินไม่ได้หรอกนะคับ อย่างที่คุณก็น่าจะรู้ว่า

เงิน ซื้อทุกอย่างไม่ได้”


 
          “ปล่าวววว อูยอง พี่ไม่ได้หมายความอย่างนั้นซะหน่อยนะ แต่บางครั้งคนเราก็ทำบาปโดยไม่รู้ตัว
(อูยอง : ‘โอ้ว ถูกกก รู้ตัวด้วยเรอะ’) แล้วพี่ก็ไม่ต้องการค่าชดใช้เป็นเงินหรอกนะ แต่ต้องการเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่เงิน”


               กุว่าแล้วเชียว หมอนี่ต้องมีแผนชั่วอะไรอยู่ในใจแน่  ดูสายตามันมองกุซิ ถ้ามันกินกุทั้งตัวได้มันคงกินไปแล้ว  ไม่น่าไปหลงปลื้มมันเลย คงจะจริงที่เค้าบอกว่า ของฟรีไม่มีในโลก
 


             “งั้นก็ช่วยบอกผมมาซิ ว่าผมไปทำอะไรให้พี่กัน”  (ยอมเป็นน้องเค้าแล้วเหรอ  จะไม่เป็นอย่างอื่นแล้วเหรอ อิๆๆ)


             “โอ๋ อย่าทำหน้าเหวี่ยงใส่พี่แบบนั้นสิ อย่าเพิ่งเครียดไป เดี๋ยวแก้มยุบนะ พี่ไม่ใจร้ายอะไรหรอก    
อ้า พี่ว่าวันนี้อากาศดีนะ ท้องฟ้าใสแจ๋วไม่มีเมฆเลย เห็นมั้ย โห มีเสียงนกร้องด้วย  
นี่ พี่ว่าเราไปหาที่คุยกันเงียบๆสองคนตรงโน้นน ดีกว่ามั้ย ”  

          สุดหล่อบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถาม ชี้ชวนให้อูยองไปคุยกันในห้องห้องหนึ่ง ที่อยู่อีกฝั่ง ซึ่งน่าจะเป็นห้องทำงานของเขา


 
              อยากรู้จริงๆว่าเวลามันง้อสาวๆไอ้เทพบุตรซาตานมันจะใช้มุกนี้มั้ย  คิดได้ยังไง
ชวนให้ฟังเสียงนกร้องในห้องปิดกระจก  นกบ้านมึงมันเข้ามาบินอยู่ในนี้ได้ด้วยเรอะ หรือมึงปล่อยให้นกไปทำรังในนั้นว่ะ   แหลกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยนะมึง       แอ๊ะ !!! หรือมันคิดจะจับกุปล้ำวะ ไม่นะอุตส่าห์ไม่เสียตัวกับผู้หญิง  แต่ต้องมาเสียกับผู้ชายจริงๆหรือวะกู  แม่จ๋าๆช่วยด้งด้วย TT___TT !!~

 


              แต่ยังไม่ทันได้ไปไหน ดูจุนหัวหน้าช่างที่หล่อเกินช่างก็วิ่งหน้าตั้งมารายงานนิชคุณ


             “คุณชายรองครับ    คุณซูซี่มาถึงแล้วครับ”

              ดูจุนพูดเสียงดังฟังชัด แล้วหันมามองอูยองด้วยสีหน้าประหลาดใจ


 
              นิชคุณสะดุ้งนิดหนึ่ง นิดเดียวจริงๆ แต่คนตาไวอีกคนก็สังเกตเห็น แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้


              “เอ่ออ ขอโทษนะ งั้นเดี๋ยวพี่ขอตัวแป๊บนึงนะ อย่าพึ่งไปไหนละ ไปรอในห้องรับรองแขกก่อนก็ได้นะ   
ดูจุนฝากดูแลแขกด้วยนะ”
 

               นิชคุณหันไปกำชับลูกน้องคนสนิทให้ดูแลอูยอง ก่อนรีบเดินออกไป

(กำชับกลัวด้งจะหนีหรอจ๊ะนิกคุณ)


 
               “คุณจะไปรอในห้องรับรองมั้ยคับ เดี๋ยวผมพาไป”    

                นายช่างดูจุนหันมาถามชายหนุ่มหน้าตาน่ารักที่เจ้านายฝากฝังให้ดูแล
 


               “ไม่เป็นไรครับ ผมขอดูรถอยู่แถวนี้ดีกว่า”


 
                “มีอะไรก็เรียกได้นะคับ ผมอยู่แถวนี้ตลอด” นายช่างสุดหล่อกล่าวก่อนกลับไปทำงานของตน


 
                  อูยองเข้าไปนั่งในรถสุดที่รักของเขา แล้วกวาดตามองรอบๆบริษัทด้วยความสนใจ
เขาสามารถมองเห็นได้เกือบทุกที่ของบริษัทนี้ เพราะแผนกซ่อมบำรุงของบริษัทนี้ถึงจะอยู่ด้านหลัง
 แต่ส่วนโชว์รูมรถและส่วนของออฟฟิตที่อยู่ติดกับด้านหน้านั้น ถูกออกแบบให้เป็นกระจกที่มองเห็นทะลุกันได้


     ..................


     ...........


     .......


     ...


     ..
 


 
                  แต่แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับภาพของนิชคุณกับหญิงสาวคนหนึ่ง คงเป็นคนที่ชื่อซูซี่
แม้ทั้งสองจะอยู่ในห้องทำงานที่ไม่ได้อยู่ใกล้นัก   แต่ก็พอมองเห็นว่าหญิงสาว รูปร่างสูงผอม ใบหน้ายาวๆ นั้นสวยทีเดียว   ท่าทางของทั้งคู่ราวกับสนิทสนมกันมานาน ดูจากการที่นิชคุณโอบเอวหญิงสาวอย่างแนบชิด    
อูยองรู้สึกแปล๊บๆ อยู่ลึกๆในใจ ‘ใครกันแน่ที่มันทำบาป ทำให้คนอื่นเจ็บโดยไม่รู้ตัว’ (โอ้ หึงออกแล้วเว้ย)


                  ก่อนที่อูยองจะคิดอะไรไปมากกว่านั้น ก็มีหญิงสาวอีกสองคนเดินเข้ามาสมทบ
คนแรกรูปร่างสูงมากเหมือนจะสูงกว่านิชคุณด้วยซ้ำ ใบหน้าเข้มๆ กับรอยยิ้มที่เห็นฟันขาวๆของเธอ
ส่งให้คนที่เด่นอยู่แล้ว ยิ่งเด่นไปอีกในชุดเดรสสีดำ     ส่วนคนหลังสุด ตัวเล็กกว่าคนแรกมาก
แต่มีเสน่ห์ด้วยใบหน้าที่มีดวงตายิ้มได้และรอยยิ้มที่เจิดจ้าเกือบตลอดเวลา  
 


                เห๊อะ นิกคุณนะนิกคุณ  แกล้งทำตัวเป็นโสด ที่แท้ก็มีสาวสวยเก็บไว้แล้วตั้งสาม     
เฮ้อออ   ทำไมเขาต้องรู้สึกเจ็บ  ในใจเหมือนมันมีรอยร้าวเล็กๆที่พึ่งปริออกสดๆร้อนๆด้วยนะ  
หรืออาจจะถูกของหมอนั่น ที่บอกว่าเขาไปทำบาปกับมันไว้ อาจจะเป็นชาติที่แล้ว ชาตินี้จึงต้องมาชดใช้

               นี่คือสิ่งที่นิชคุณอยากบอกเขาเมื่อกี้หรือเปล่านะ

 


               ในเมื่อ เขาเหมือนจะหมดธุระกับคนของที่นี่แล้ว อูยองจึงตัดสินใจสตาร์ทรถจะขับออกไป
โดยไม่คิดจะล่ำลาบอกกล่าวใคร แต่ก็ยังช้ากว่านายช่างดูจุน ลูกน้องตาไวของไอ้หล่อตัวดีนั่น
 


              “อ้าวว จะรีบไปไหนล่ะครับ   เดี๋ยวสิครับ เมื่อกี้ดูเหมือนว่าคุณชายจะยังมีธุระอะไรกับคุณนะคับ”


 
              “แต่วันนี้เขาไม่ว่างนิคับ   ผมฝากคุณบอกลาเขา แล้วก็ขอบคุณเขาให้ด้วยนะคับ”

 


             “อูยองงง   เดี๋ยวสิ จะรีบหนีพี่ไปไหนห๊ะ ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันเลยนะ เรื่องอย่างนี้มันพูดแทนกันได้ด้วยหรือ”


               ไอ้นี่มันผีหรือคนวะ เมื่อกี้ยังอยู่ตรงโน้นอยู่เลย แอบหนีสาวมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย

               
             “ครับ คือผมมีนัดน่ะครับ    อ้อ ฝากบอกคุณซูซี่ด้วยนะคับว่าแฟน เอ่อ สามีของเธอน่ารักดี เอื้อเฟื้อและ
มีน้ำใจมากเลยนะคับ”    อูยองพูดกลั้วหัวเราะแกล้งพูดล้อเล่นทั้งที่ปวดใจอยู่ลึกๆ


 
              “เห้ย  เดี๋ยวก่อนสิครับอูยอง”     นิชคุณเรียกเสียงละล่ำละลัก


               “อะไรอีกละคับ”    คนตัวเล็กถามเย็นๆ ใบหน้าฉาบรอยยิ้ม


                “เอ่อ อูยองรู้ได้ไงครับว่านั่นเมียพี่ แต่ก็..เห้อออ.. นะ ..ไหนๆ ก็รู้แล้วว่า พี่มีเมียแล้ว 
 พี่ก็ไม่อยากจะปิดบังอะไรหรอก คือจริงๆพี่มีสาม ซูซี่ แทคกี้ แล้วก็โฮจัง ”


                  'จริงเหรอเนี้ย คาดแล้วไม่มีผิด  แต่ที่ผิดคือผิดหวังว่ะ เจ็บแปลบขึ้นมาทันที อกหักใช่ไหมแบบนี้'

 

                   “ฮึ ” อูยองทำเสียง แล้วเลิกคิ้วเหมือนจะถามว่า มาบอกผมเพื่ออออ.......???


                   “งั้นก็ฝากบอกคุณ แทคกี้ กับโฮจังด้วย ว่าพวกเธอโชคดีมากเลยนะคับได้สามีดี”  อูยองพูดต่อยิ้มๆ


                “ครับ แต่พี่ว่าตอนนี้มันไม่ค่อยจะ สมดุลเท่าไหร่อะ ถ้ามีมาเพิ่มอีกซักคนน่าจะดี จะได้เท่าๆกันไง

ข้างละสอง”  

                คนเจ้าชู้ พูดพร้อมส่งสายตาวิบวับ เหมือนเชิญชวน


              “เหอๆๆ พี่นี่คิดแปลกๆบ้าๆดีนะ”    

(คิดว่าตัวเองเป็นคนเดียวหรือด้งศรี ไอ้เรื่องแปลกน่ะ นั้นดูนั้นซะก่อน  แต่เอ๊ะ หรือนี่จะเป็นประเภทชอบของแปลก อิๆๆ)


               อะไรของมันอีกละคับ พูดอย่างนี้หมายความว่าไง อย่ามาทำสายตาอย่างนั้นกับเค้านะ
ทำยังกะจะชวนไปเข้าฮาเร็มด้วย    ด้งน้อยอยากจะบ้าจริงๆคับแม่ม่ม่ม่ม่
 


                “ใครบอกว่าพี่บ้า   มันเป็นธรรมชาติของพี่เลยตะหาก  แต่พี่ก็เจ้าชู้แค่ระดับขุนแผน จะเด็ด
หรืออาจจะราวๆ อิเหนาแค่นั้นเองนะ   แล้วเนี้ยพี่ก็มีแค่สามเอง  ตอนนี้พี่อยากได้อีกสักคนอ่ะ 

ก็อย่างที่บอกจะได้สมดุล  อูยองมาเป็นอีกคนให้พี่หน่อยได้ไหม อิๆ”

 

                   นิชคุณพูดแบบทีเล่นทีจริง แต่สายตาหวานหยดเยิ้ม


 
                   “บ้า”      พูดได้แค่นั้นเพราะช๊อคแดก    นั่นมันชัดไปไหม   จริงๆไอ้นี้มันยิ่งกว่าบ้าเสียอีก
ดูสายตามันสิ นี่กะจะจีบทั้งผู้หญิงผู้ชายเลยใช่มั้ย  ถ้าเมียมันมาเห็นจะทำหน้ายังไงว่ะ     


                 “พี่พูดอะไรออกมาเนี้ย   แล้วระวังเหอะออกมาอย่างนี้ เดี๋ยวก็โดนตีท้ายครัวหรอก เมียคุณพี่แต่ละคนก็สวยใช่ย่อยอยู่นะ”


 
                   “555 พนักงานในบริษัทนี้ไม่มีใครกล้าแหยมเมียพี่หรอกนะ  ถ้ามีก็คงเป็นคนบางคนแถวนี้แหละ    
แต่ถ้ามันทำจริง พี่จะจับทำเมียเสียด้วยอีกซักคน 555555”
 

                   “เห้ย  ไอ้พี่บ้า  นี่กะจะไม่เลือกเลยหรอว่าชายหรือหญิง”


                   “5555   เปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็น่าจะดีนะ 5555    ล้อเล่นอะคร้าบบ”   (แต่คิดจริงชิมิ)


                    ล้อเล่นแรงนะนิกคุณ ยิ่งช่วงนี้ใจเขายิ่งชอบแกว่งๆอยู่ด้วย เดี๋ยวพ่อเล่นด้วยซะหรอก แล้วจะรู้สึก


                   “พี่ต้องขอโทษนะคร้าบบอูยอง ที่รถพี่ไปทำร้ายรถอูยองเข้า หวังว่าอูยองจะพอใจกับสิ่งที่พี่พยายามแก้ไขให้นะคับ”

 


                   ไม่ใช่แค่รถหรอกนิชคุณ  แต่มันทำร้ายที่ใจดวงน้อยของด้งด้วย  
แต่ก็เอาเหอะ คนเจ้าชู้ไม่เคยอยู่ในสเปคของอูยอง   โชคดีแล้วที่รู้ตัวเสียก่อนจะถลำลึกไปกว่านี้

 


                  
                 “ผมก็ต้องขอบคุณพี่ด้วย ที่อย่างน้อยๆ พี่ก็เป็นคนมีความรับผิดชอบ รถผมก็สวยเหมือนเดิมแล้ว      
ผมคงต้องไปแล้วละครับ มีนัด โชคดีนะครับนิกคุณ”

               
              “อูยองก็เช่นกันนะ   อ้อ!! เดี๋ยว  ถ้าอูยองแต่งงานมีลูกเมื่อไหร่  อย่าลืมพาลูกมาฝากไว้ที่โรงเรียนอนุบาลพี่นะอยู่แถวนี้แหละ   เอ้าแล้วนี่นามบัตรพี่ เก็บไว้นะ  เผื่อคิดถึงพี่เมื่อไหร่ ก็โทรหาพี่ได้ตลอดนะ อูยอง”


               โฆษณาเสร็จ ก็ยังไม่วายส่งสายตาเยิ้มๆไปให้อูยองอีกหนึ่งดอกก่อนกลับ

 


 
               อูยองส่งยิ้มตอบกลับพร้อมรับนามบัตรมาเก็บไว้ในกระเป๋า ก่อนออกรถไป ท่ามกลางสายตา สงสัยใคร่รู้ของเหล่าพนักงาน
 
                                             

 

 

                                     

 

 


 
              ระหว่างทางกลับบ้าน  อูยองคิดถึงเรื่องนัดที่เคยแค่พูดเพื่อปัดความรำคาญกับชานซอง  
แต่เขาก็มาฉุกคิดขึ้นได้ว่า เขาควรจะมีนัดจริงๆ    เรื่องระหว่างเขากับชานซอง ควรจะถึงเวลาที่เขาจะคิดอะไรให้มันจริงจังเสียที    **หรือว่าเขาควรจะทำตามคำแนะนำของพี่เจย์ดีมั้ยนะ** หรือเขาจะปล่อยให้สาวเจ้ารอเก้ออย่างนี้ต่อไป
  

 

              แต่ชีวิตวัยโสดยังมีอีกยาวไกล จะรีบไปไหน วันนึงเขาอาจเจอคนที่ถูกใจมากกว่านี้ก็ได้  
ดูอย่างนายนิชคุณสิ  ท่าทางจะหาคนถูกใจได้เรื่อยๆ  หรือที่ผ่านมาอาจจะไม่ถูกใจใครเลย  จึงหามันไปเรื่อยๆแบบนั้น  


              พูดแล้วก็อดคิดถึงหมอนั่นไม่ได้ มีอย่างที่ไหน คนจะกลับแล้วยังมีหน้ามาโฆษณาโรงเรียนต่ออีก 5555 ธุรกิจชัดๆ


               แต่ถึงแม้ผู้ชายคนนี้จะทำให้อูยองรู้สึกถึงคำว่าผิดหวังอยู่บ้าง   แต่การได้พบกับนิชคุณ
ก็ถือเป็นประสบการณ์ดีๆอย่างหนึ่งในชีวิต   ใช่ เขาเรียกมันว่าประสบการณ์ดีๆ
เพราะมันช่วยมาทำให้ชีวิตแสนจืดชืดของเขา มีสีสันขึ้นมา อย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน แม้มันจะสั้นไปหน่อยก็เหอะ

 


 
             อูยองล้วงนามบัตรที่เก็บไว้ในกระเป๋าขึ้นมาดู ชื่อบนนามบัตรเป็นภาษาอังกฤษ
Mr. Nichkhun  Buck  Horvejkul  ต่อด้วยตำแหน่ง รองประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือหรเวชกุลกรุ๊ป   
มิน่า พนักงานถึงเรียกเขาว่า คุณชายรองบ้าง ท่านรองบ้าง ซึ่งในความคิดอูยองแล้วมันดูเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมดี   อูยองขอเรียกด้วยคนดีกว่า ว่า คุณรอง Mr. Wrong (นายผิดตัว)
 


               พอนึกถึง Mr.Wrong (นายผิดตัว) แล้วเขาก็ไม่อาจแน่ใจได้เหมือนกันว่า หาก คุณ Right (คุณถูกตัว)
เข้ามาในชีวิตเขาเมื่อไหร่ คนคนนั้นจะเหมาะสมกว่า คุณ Wrong


                ก็เพราะไม่ว่าจะ Right หรือ Wrong ก็มีสิทธิ์จะมีคนรักได้มากกว่าหนึ่ง(ในเวลาเดียวกัน)ด้วยกันทั้งนั้น
ถ้าเค้าคนนั้นอยากจะมี คงไม่มีใครไปห้ามได้  
  


                แล้วถ้า คุณ Right ของเขาทำตัวแบบนั้นขึ้นมาบ้างจริงๆละ อูยองจะทำอย่างไร

 

                 5555 หรือว่าอูยองจะมีกับเขาบ้างทั้ง Right และ Wrong…………..

          

 


                                                                             ---THE END---

 

 

   

 


 
         ** ยังจำกันได้มั้ยค่ะผู้อ่าน เจย์เคยแนะนำเรื่องชานกับด้งไว้ตั้งแต่บทแรกเลย 
บทเจย์ในตอนนั้นมีไม่มาก กลับไปดูกันได้ในช่วงต้นๆของเรื่อง   มาใส่หมายเหตุต่อท้าย

เพราะบางคนอาจจำไม่ได้ ว่า เจย์มันไปแนะนำไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ??  

(เจย์บอกด้งประมาณว่า ถ้าไม่อยากขึ้นคานก็ให้รับรักชานไปซะ)**

Comment

Comment:

Tweet

อ้าว จบซะแระ ขัดใจนิดหน่อยก็ตรงคุณนี่มีเมียแล้ว ด้งน้อยเลยถอดใจไปซะงั้น ...รักออกแบบไม่ได้จริงๆ

แต่งมาให้อ่านอีกนะค่ะ ...แล้วจะรอopen-mounthed smile open-mounthed smile big smile

#1 By lamourterrist (125.26.174.40) on 2010-05-04 12:19