SF Mr.Wrong [KhunDong] Ch.3

posted on 03 May 2010 21:55 by 2pmuii

 

 

Title : [SF] Mr.Wrong (คุณชายรอง)

Chaper : 3/4

Couple : Khunwoo

Author : MuiMachine

Rate : PG-13

Date : 31/03/2010

 

Chapter 3     เหตุการณ์บนรถ


          
            หลังจากวางหูโทรศัพท์จากชานซองแล้ว  อูยองก็กลับเข้าสู่โหมดเซ็งชีวิตเหมือนเดิม
 
           แม้ต่อให้วันนี้อากาศข้างนอกจะสดใสเพียงใด แต่ในห้วงความคิดของจางอูยอง
กลับราวกับมีพายุลูกใหญ่ สมองพาลแต่จะคิดถึงแต่ คนบางคน ไอ้เทวดาตกสวรรค์ 
หมอนั่นคงไม่ใช่เทวดาแล้วละ แต่น่าจะเป็นซาตานในคราบเทพบุตรมากกว่า 
ถึงได้ตามมาหลอกหลอนเขาทุกเวลาอย่างนี้ และเหตุการณ์เมื่อวานนั่นอีก  เขาไม่น่า
ให้ไอ้เทพบุตรซาตาน มันมาส่งที่บ้านเลย มันเกิดอะไรขึ้นกันชีวิตกุเนี่ย

 

 

                            

 


เหตุการณ์เมื่อวาน

    หลังจากอูยองและนิชคุณย้ายมาคุยกันที่ฟุตบาท

 


             “คุณ..........เอ่อ คุณเจ็บตรงไหนรึปล่าว .......แต่ผมว่าคงไม่หรอกมั่ง เห็นพูดได้ปร๋อแล้วนิ”


              แม้ประโยคแรกของนิชคุณจะฟังดูนุ่มนวลห่วงใย  แต่ประโยคหลังนี่สิ
มันจงใจกวนทีนคนฟังชัดๆ เจ้านี่มันกวนได้ต่อเนื่องจริงๆ
 

 

             “หึ... ถ้าผมเป็นอะไรจริงๆ ป่านนี้ผมคงตายเป็นผี เหลือแต่วิญญาณไว้คอยตามหลอกหลอนคุณไปแล้วมั่ง
พึ่งมาถามเอาตอนนี้อ่ะ แล้วผมชื่อ จาง อูยอง ไม่ได้ชื่อ เอ่อ เรียกให้มันถูก”


             หนุ่มน้อยแก้มป่อง ส่งค้อนวงใหญ่ให้นิชคุณ

 

             หึๆๆ เจ้าตัวเล็กนี่ปากเก่งจริงแหะ อย่างนี้มันน่าแกล้งนัก


 
            “น่า อย่างอนเป็นเด็กๆไปเลย    นี่ แล้วถ้าคุณจะตามมาหลอกหลอนผมจริง
ผมยอมให้คุณตามผมไปตลอดชีวิตเลยเอา    ผมขอโทษนะ โอ๋ๆ     ไป ขึ้นรถเถอะผมจะพาไปส่งบ้านเอง
ทางนี้ไม่ต้องห่วง ผมโทรไปบอกลูกน้องให้มาจัดการแล้ว  เชื่อใจผมได้   แต่กว่ารถจะซ่อมเสร็จก็ราวๆสิบวันแหละ ไปกันเถอะครับ”
 
            ไม่พูดเปล่า คนพูดอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายยังไม่ทันตั้งตัว รีบคว้าข้อมือเล็กไว้  แล้วจับลากเข้าไปในรถทันที    แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะลง คนที่ไวกว่า ก็รีบคว้าตัวไว้

 


 
             “อย่าดื้อนา ถือเป็นการไถ่โทษนะ”


           พูดแล้วชำเลืองไปยังคนตัวเล็กด้วยหน้ายิ้มๆอย่างเจ้าเล่ห์ เหอะๆหวังหรือว่าจะหนีพ้น
ไม่มีใครเคยหนีคนอย่างนิชคุณพ้นหรอก

 


             “หึ นี่เลิกเห็นผมเป็นเด็กซะทีเถอะ  ผมไม่ชอบให้ใครบังคับ ไม่ต้องกระชากก็ได้  
ผมเดินของผมเองได้  แล้วมันก็ถูกแล้วละที่คุณต้องไปส่งผม เพราะนี่มันก็ความผิดของคุณ”

             สายตาค้อนๆวงใหญ่อีกวงถูกส่งไปให้นิชคุณ
 


             แม้อูยองจะไม่อยากกลับกับหมอนั่นเท่าไหร่  แต่มันก็ช่วยไม่ได้ก็นิชคุณเสนอตัวจะไปส่งเองก่อนนิ 
ไอ้เขาก็ปฏิเสธใครไม่ค่อยเป็นอยู่แล้วอีกอย่างก็แค่อยากประหยัดน้ำมันช่วยชาติด้วย   ก็น่ะ
 คนมันหล่อ เป็นคนดี รักชาติทำไงได้   แล้วที่ทำเป็นเก๊กก็แค่เพื่อรักษาฟอร์มเท่านั้น 
แล้วที่เขาต้องมาเป็นอย่างนี้ก็เพราะหมอนั่น มันสมควรแล้วจริงๆ
 

 


           “หึๆๆ คร้าบบบ ขอโทษครับ   คาดเข็มขัดด้วยสิครับคุณ มา..ผมช่วย”


 
             ยังไม่ทันที่อูยองจะได้ตั้งตัว หมอนั่นก็โน้มตัวมาทางฝั่งที่อูยองนั่งอยู่เพื่อจะคาดเข็มขัดนิรภัยให้  
ใบหน้าราวรูปสลักนั้นเกือบเฉียดแก้มยุ้ยๆของคนตัวเล็กแค่นิดเดียวเท่านั้น  กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆโชยไปเตะจมูก 
ลมหายใจอุ่นๆสัมผัสกับใบหน้าของอูยองเต็มๆ หากแต่สายตาเจ้าเล่ห์คู่นั่นหาได้มองที่เข็มขัดนิรภัยไม่ 
แต่กลับจงใจจ้องลึกลงไปในดวงตาอีกคู่อย่างล้ำลึก มีความหมาย เหมือนจะทะลุทะลวงจี๊ดเข้าไปในสมองและความคิดของอีกฝ่าย

 


            อูด้งน้อยถึงกับเอ๋อแดก ทำอะไรไม่ถูก กับการกระทำของหนุ่มตรงหน้า แต่ก็ไม่อาจจะละสายตา
จากดวงตาคู่สวยนั้นได้ เหมือนต้องมนต์สะกด หัวใจเจ้ากรรมราวกับจะออกมาเต้นแท็บ ผสมซานติข้างนอก
ท้องไส้กลับมาปั่นป่วนอีกครั้ง แต่ที่ทรยศยิ่งกว่าคือเลือดที่สูบฉีดจนรู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่ได้
น่าอายจริงๆ จะมาหน้าแดงอะไรเอาตอนนี้วะ

 


            แล้วเหมือนไอ้เทพบุตรซาตานนั่น จะยังไม่พอใจ เมื่อเขายังคงโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆจนตอนนี้ปลายจมูกโด่งสัมผัสกับแก้มใสแล้วและก่อนที่อูยองจะขาดอากาศหายใจตายไปเสียก่อน ไอ้เทพบุตรซาตานก็เอาหน้าหล่อๆอันไม่แคร์หนังหน้าใครของมันออกไป  แต่คนตัวเล็กตอนนี้สติหลุดฟุ้งเตลิดกู่ไม่กลับไปอีกแล้ว
 

 


             “อูยอง เป็นอะไรไป ไม่สบายรึปล่าวหน้าแดงๆนะ”

             เจ้าคนต้นเหตุแกล้งถามไป แล้วส่งสายตาวิบวับไปให้คนที่ยังนั่งอึ้งอยู่


             เหอะๆๆ ได้แกล้งเจ้าเด็กนี่ สนุกดีจริงๆ แต่จะว่าไปเด็กนี่มันก็น่ารักจริงๆวุ้ย

 


             เมื่อได้ยินเสียงของไอ้เทพบุตรซาน อูยองก็เรียกสติกลับมาได้อีกครั้ง แล้วสัญชาตญาณของคนปากไวก็เริ่มทำงาน

 

           “เมื่อกี้นายคิดจะทำอะไรของนาย”

 


            “ก็คาดเข็มขัดให้ไง ”          ใบหน้าเข้มยิ้มอย่างกวนประสาท

 


            “จะบ้าหรอ ผมไม่ใช่เด็กแล้ว ผมคาดเองได้ แล้วไม่เห็นจำเป็นต้องใกล้ขนาดนั้นก็ได้นิวะ”
 
            พูดแล้วคนพูดก็ต้องหน้าขึ้นสีอีกครั้งเมื่อคิดถึงวินาทีเมื่อครู่

 


           “หึๆๆๆ ทำไมละ เขินหรอ”

 


          “ปล่าวววววววว เขินอะไร  ใครเขิน(วะ) เข้ามาใกล้ขนาดนั้นมันก็อึดอัดสิเว้ย”
           ยิ่งพูดเจ้าตัวก็ยิ่งหน้าแดง
 

 

          “หึๆๆ จริงงงง หรอครับ   ..... บอกทางสิครับผมจะได้ไปส่งถูก หึๆๆ”
 
            แน่ะ ยังมีหน้ามาหัวเราะอีก มันน่าให้ขาคู่ไปเป็นรางวัลซักป้าบ (ถ้าไม่ติดเรื่องความสูงนี่เมิงโดนแน่นิชคุณ)

 

 


           หลังจากนั้นออกรถ ความเงียบก็เขาครอบงำห้องผู้โดยสารเล็กๆนั้น


 
 ...............เงียบจนน่าอึดอัด

 

            เมื่อเห็นบรรยากาศในรถชักไม่ค่อยจะดี เพราะอีกคนตั้งแต่ออกรถมาก็ทำสีหน้าปั้นยากไม่ยอมพูดยอมจา 
นิชคุณจึงพยายามก็ทำลายความเงียบ
 


           “นี่ อูยอง คิดไรอยู่อ่า กังวลเรื่องรถหรอ ถ้าเรื่องนั้นผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องกังวล ดูทำหน้าเข้าสิ  ยิ้มหน่อยนะ”

 


           “ฮึ”   อูยองทำเสียงแล้วค้อนโดยไม่ตั้งใจ

 

           “ถามจริง คุณเป็นเจ้าของอู่รถหรอ”    อูยองถามคำถามที่ยังค้างคาใจอยู่

 

           “ก็ไม่เชิงผมเปิดบริษัทรถ คือทั้งขายและบริการซ่อม ถ้ารถลูกค้ามีปัญหา”

 

           “งั้นคงยุ่งมากสินะ”

 


           “ก็ไม่เชิง ผมมีคนช่วยดูแลให้นะ แต่บางครั้งก็ยุ่งนะ สงสัยผมจะทำหลายอย่างไป”

 


           “หลายอย่าง หมายความว่าไง”      อูยองเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

 


          “ก็นอกจากขายรถแล้ว ผมยังเปิดโรงเรียนอนุบาล  แล้วก็สถานสงเคราะห์คนชรา แต่เราดูแลอย่างดีนะ ที่พักก็อย่างดีด้วย”

 


             “โอ ช่างประเสริฐเลิศ  ผมว่าคุณน่าจะลงประกวดนางงามดูนะ  555 เข้าคอนเซ็ปจริงๆ
รักเด็ก รักคนแก่  เรื่องยิ้มก็ผ่านแล้ว ขาดแต่รักสัตว์ กับยังไม่ได้ซ้อมโบกไม้โบกมือ”

 


              “ คุณกำลังจะบอกว่าผมยิ้มสวยหรอ หึๆๆ (หัวเราะเล็กๆแบบแอบเขินซึ่งๆหน้า) แล้วที่จริงผมก็มีโครงการเกี่ยวกับสัตว์ อยู่เหมือนกันนะ ผมกำลังจะทำโรงพยาบาลช้างที่เมืองไทย ที่บ้านผมอะ ผมไม่คิดค่าใช้จ่ายนะ โครงการนี้ทำเพื่อช้างจริงๆ”


 
                นิชคุณตอบแล้วยิ้มกริ่ม ทำเป็นไม่สนใจอูยองที่ทำหน้าเบ้อย่างหมั่นไส้เขา
สงสัยเจ้าคนตัวเล็กจะหายงอนแล้ว ถึงได้จ้อได้ขนาดนี้

 

 

              “งั้นผมก็คิดถูกเรื่องที่คุณไม่ใช่คนเกาหลีซินะ แต่ผมก็อยากยืนยันความคิดเดิมเมื่อกี้อยู่ดีว่า
 คุณน่าจะไปสมัครประกวดนางงามนะ  อิๆๆ  คุณสมบัติพร้อมมาก........ อืมๆ หมายเลข 7 นิชคุณ 
ส่งเข้าประกวดโดย สถาปนิกอูยอง ยอง ยอง ยอง ยอง (มีแอ็กโค่ด้วย)  เจ๋งวะ ก๊ากๆๆ  เวทีแรกเอาเป็น
ธิดาดอกบ๊วยดีมั้ยคร้าบบ อิๆๆๆ  รับรองชนะชัวว์ ”

 

              นึกแล้วโคตรภูมิเลย  คิดได้ไงวะเนี้ย  หล่อน่ารักแล้วยังคิดเก่งอีกนะตรูโฮะๆๆ

(เออเอาเข้าไป เก่งแปลกๆน่ะเนี้ย =_=)


 
               ไอ้คนที่ริทำตัวเป็นสปอนต์เซอร์นางงาม (นายงามดีกว่าไหม) ยังจ้อไม่เลิก 
 แต่ในใจลึกๆก็รู้สึกชื่นชมคนข้างๆอยู่ไม่น้อย  แม้จะเสียตรงชอบกวนประสาท ปากน่าเอาช้างดาวยัด 
แต่หมอนี่ก็ดูเป็นคนจิตใจดี และรู้จักการแบ่งปัน ผิดกับนักธุรกิจหลายคนที่เขารู้จัก ที่มักจะเห็นแก่ได้
คิดถึงแต่เงินของตัวเอง จนไม่รู้จักคำว่าเสียสละ

(ระวัง!....ระวังมันจะมาโดยไม่รู้ตัว อะไรว่ะ โอ้ม่ายยยหนาอังอัง ตกหลุมอุ๊บ! เขาซะแว้ววววว- มุกไรว่ะเนี้ยงงเอง )

 

 

           “งั้นผมก็คิดถูกเหมือนกันว่าคุณน่าจะเปลี่ยนอาชีพจากสถาปนิก ไปเป็นแมวมอง ................แต่
ไม่เอาดีกว่า อย่าไปมองหมามองแมวที่ไหนเลย คุณมองผมคนเดียวดีกว่านะ”


            พร้อมส่ง สายตาวิบวับเจ้าเล่ห์ และยิ้มวิ้งหวานหยด กระชากวิญญาณไปอีกครั้ง

 


            ยังไม่ทันที่อูยองจะคิดเสร็จ มันเริ่มเล่นสงครามประสาทอีกแล้ว  แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
ทุกครั้งที่หมอนั่นส่งสายตาและรอยยิ้มบาดจิตแบบนั้นมา  เขาถึงได้รู้สึกว่าอารมณ์มันปั่นป่วนมวนเซี่ยงจี๊อะไรอย่างนี้นะ  ไม่เข้าใจเล้ยจริงๆ คนหล่อน่ารักขัดใจ
 
 

 

               บทสนทนาทำนองนี้ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ คนหนึ่งมีความสุขกับการได้กวนประสาทอีกคนหนึ่ง
 แล้วพอใจกับการได้เห็นคนตัวเล็กทำหน้าเหวี่ยงๆใส่ ไม่ก็หน้าแดง ส่วนเจ้าคนตัวเล็กแม้จะรู้สึกรำคาญอยู่มาก
แต่ก็รู้สึกว่าโลกนี้มันน่ารื่นรมย์ขึ้น หัวใจมันเบิกบานอย่างน่าประหลาด มิตรภาพของทั้งสองก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้สึกตัว


    
            “อูยอง รถนายซ่อมเสร็จ เมื่อไหร่ชั้นจะโทรมาบอกเองนะ”

(เปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองจากผมเป็นชั้นแล้วเรอะคุณนี่  ตีซี้ซะงั้น ทำเป็นเนียนๆ )


            นิชคุณหันมาพูดกับเขา ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ส่งรอยยิ้มกระชากวิญญาณมาให้อูยองอีกครั้ง ก่อนขับรถจากไป


 
            ปล่อยให้อีกคนที่ยืนดูรถขับจากไปรู้สึกเหวงๆในหัวใจ นายนิชคุณนั่นรับผิดชอบเรื่องรถให้เขาก็จริง
แต่มันคิดจะรับผิดชอบความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นกับเขาด้วยหรือปล่าวนะ.... คนหล่อน่ารักสับสน
 

 


 
                      


          
                 เรื่องทั้งหมดมันก็เป็นเช่นนั้นแล และมันก็คือสาเหตุทั้งหลายที่ทำให้ อูด้งน้อย นั่งทำหน้าเป็นตูดอยู่บนโซฟาตอนนี้   ไม่ได้โกรธใคร แต่กำลังสับสนกับชีวิตตัวเอง   แม้จะพยายามหาโน่นนี่ทำ เพื่อให้ลืม   แต่พอทำอะไรไปได้สักพัก หน้าหล่อๆ เสียงทุ้มนุ่ม กับลมหายใจอุ่นๆของคนไอ้คนเมื่อวานมันก็ลอยตามมาหลอน อยู่เรื่อยไป  ไอ้นิชคุณเอ้ยย มึงจะตามหลอกตามหลอนกุไปอีกนานมั้ย .............


                 แล้วความคิดอะไรบางอย่างก็แล่นแว๊บเข้ามาในหัว  
               ‘ในเมื่อจะไล่ผี มันก็ต้องพึ่งหมอผีสิวะ’


               ว่าแล้วเจ้าตัวดีก็รีบกดโทรศัพท์หา ปาร์ค เจย์บอม รุ่นพี่ที่เคารพ

 


             “Yo Man !! ว่าไงไอ้น้องรัก มีธุระไรว่ะ ถ้าจะชวนไปเที่ยว วันนี้กุไม่ว่างวะ นัดเด็กไว้   .........    
อ๊ะ!!!! หรือ หรือว่าเมิงจะโทรมาบอกว่า เมิงคิดถึงกุ เมิงชอบกุ เมิงจะโทรมาบอกว่าเลิฟๆกุใช่มั้ย
ไอ้กระเพาะแพะกุไม่เอาเมิงจริงๆนะ  5555.... ถึงกุจะเป็นอย่างนี้กุก็เลือกนะเว้ยเหย”


                  =[]= ฟังแล้วอยากจะโดดลงจากโซฟาเอาหัวโหม่งพื้นโลกให้มันรู้แล้วรู้แรด  
แต่ก่อนตายขอกลับไปจัดการไอ้คนที่มันมีความคิดสร้างสรรค์เกินเหตุ ฉลาดในสิ่งที่ไม่ควรก่อน
ถ้าอยู่ใกล้ๆตีน รับรองได้ว่าไอ้พี่เจย์มันได้ไปเฝ้าเฮ็กเซียนก่อนกุแน่  

(อย่าพึ่งเข้าใจผิดคับ จาง อูยอง เคารพรุ่นพี่มากคับ...เคารพมากกกกกกก)

 


   
                    “ โว้ยยยยย!!! ช่วยฟังกันก่อนได้มั้ยยยยย   อะไรกันวะพี่ ยังไม่ทันพูดไรเลย
รับปุ๊บก็ใส่เอาๆ อะ    คนยิ่งกลุ้มอยู่   จะโทรมาขอคำปรึกษาหน่อยเนี่ย   ได้ป่าว”
 

 

                    “จะโทรมาขอความช่วยเหลือ  ก็พูดให้มันดีๆหน่อยสิวะ พูดจาภาษาดอกไม้อะ รู้จักป่าวว
แล้วก็อย่ากวนส้นทีนกุให้มันมากนัก  เดี๋ยวกุก็เปลี่ยนใจไม่ช่วยหรอกไอ้หล่อน้อยกว่ากุ   มีอะไรก็รีบๆพูดมา กุมีธุระไปต้องทำต่อ”


                     เออนะ คนเรา เห็นๆกันอยู่ว่าใครมันกวน โบ้ยความผิดให้กุซะงั้น

 


                   “โถ่พี่อ่า พอน้องมีเรื่องจะปรึกษา ก็เห็นสาวดีกว่าซะงั้น  เรื่องแค่นี้  ทำให้น้องที่แสนน่ารักๆคนนี้ไม่ได้เหรอ (เจย์เริ่มทำหน้าผะอืดผะอมเตรียมอ๊วก) คืองี้พี่ พี่เคยเป็นป่าว  ไออาการแบบว่าคิดถึงเรื่องบางเรื่อง  คนบางคนตลอดเวลาอะ   หรือว่าไอเวลาจะทำอะไรมันก็คิดถึงแต่หน้าเค้า  มองอะไรก็เห็นเป็นเค้า   คือมันคอยมาตามหลอกหลอนกันตลอดเวลา  พยายามยังไงมันก็ห้ามสมองไม่ให้คิดไม่ได้อะเพ่”
 

 

                 “โห่  นึกว่าอะไร ที่แท้ก็เรื่องกุ๊กๆ อาการ และน้ำหน้าอย่างมึงเนี่ยคงเป็นได้อยู่ไม่กี่อย่าง
 คือหนึ่ง  มึงเมากัญชา   สอง มึงเริ่มมีอาการทางประสาทอะไรบางอย่างที่ต้องไปหาหมอจิตเวชด่วน 
และ สุดท้าย มึงชอบไอ้คนที่มึงบอกว่าหลอนมึงนั่นแหละ   ถ้าจะให้วิเคราะห์ก็คือ ข้อหนึ่งตัดออก
เพราะแม้แต่เหล้ากุก็ไม่เห็นมึงแดกเลย   ข้อสองถึงแม้จะเป็นไปได้อยู่มาก แต่ตอนนี้มึงก็ยังพูดจารู้เรื่องอยู่  
งั้นก็น่าจะเป็นไอ้ข้อสุดท้ายนั้นแหละที่เป็นไปได้ที่สุด”
 

                กรรมเวร คงปรึกษาผิดคนแล้วหละไอ้ด้งเอ้ย แต่ละข้อของมัน ยิ่งข้อสุดท้ายนี่มัน....กุอยากจะกัดลิ้น(ไอ้คนพูด)ตาย

                


                “พี่....เอาที่มันเป็นไปได้ ดีมั้ยย ไอที่พูดมา พี่คิดแล้วหรอ”

 


                “อ้าวววว ไอ้นี่  เดี๋ยวพ่อตบหัวพุ่งเลย   เมิงไม่เชื่อเกจิอาจารย์ด้านนี้อย่างกุแถมสมองระดับนักเรียนทุน เกียรตินิยมอย่างเจบอมคนนี้แล้วเมิงจะเชื่อใครวะ   โถ่ น้องกู  มึงฉลาดไม่พอ หรือมึงสมองกลวงวะ 
ทีเรื่องแปลกๆชอบฉลาด  ทีเรื่องอย่างนี้ ดั้นนนนฉลาดน้อย ไม่รู้ตัวเองซะงั้น   ไอ้อาการแบบมึงนี่มีแต่คนเป็นโรครักเท่านั่นแหละที่เค้าเป็นกัน   ว่าแต่ใครวะ ผู้โชคร้ายที่มึงไปชอบเค้าอะ  หญิง หรือ ชาย   แล้วไปเจอกันแถวหลุมไหนวะ”

        


                   เป็นคำพูดที่คนฟัง ฟังแล้วรู้สึกจี๊ดๆแปลกๆในใจ

 


 
                  “นี่ไอ้ด้ง ไอ้ด้ง เห้ย เงียบทำไมว่ะมึง..... นี่อย่าบอกนะว่า ไอคนที่มึงเพ้อหาอยู่หนะเป็นกุ อย่านะเว้ยไอ้ด้ง  ไอ้กระเพาะแพะ ถึงกุจะน่ารักน่าทะนุถนอม จะหล่อเพอร์เฟค แต่เนื้อคู่กุไม่ใช่เมิงงง  กุรู้เว้ยว่าความรักมันออกแบบไม่ได้ แต่มึงก็ไม่มีสิทธิ์มารักกุแบบนั้นนะเว้ย  ยิ่งกุมีคนที่กุชอบอยู่แล้ว อย่ามา.....”

 


                   ตู้ด ..ตู้ด..ตู้ด...............


                  อูยองตัดสายไอ้พี่ที่ชอบหลงตัวเองนั่นทิ้ง ก่อนที่มัน จะพล่ามไปมากกว่านี้  
                  เฮ้อออ ...ไม่ได้ช่วยอะไรกุเล้ยยยย ไอ้พี่เจย์

 

                


                  แต่คิดไปคิดมา หรือว่าไอ้ที่พี่เจย์มันพูดจะจริงวะ   แต่จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง ในเมื่อนิชคุณเป็นผู้ชาย แล้วเขาก็เป็นผู้ชาย และมั่นใจมาตลอดว่าตัวเองชอบผู้หญิง

 


                 หรือ หรือว่า.....จะเป็นเพราะแดดวันนั้นมันแรงไป รังสีอัลตร้าไวโอเลต(รังสีเหนือม่วง)
เลยฆ่าต่อมความชอบผู้หญิงของเขาตายหมดแล้ว หรือไม่แน่มันอาจมิวเทชั่นผ่าเหล่าไปเลยก็ได้  
โว้ยยยย!!! ยิ่งคิดยิ่งฟุ้งซ่าน  ไอ้หล่อนั่นมันจะรู้สักนิดมั้ยเนี้ยว่ากุเครียดดดด


                 ชอบคนหน้าตาดีมันก็ไม่แปลกหรอกนะ แต่ที่มันแปลกก็ตรงเป็นผู้ชายด้วยกันนี่แหละ
หรือเขาจะเป็นเกย์ ม่ายยยยยยยหนา ไม่จริง แม่คับบ แม่ช่วยมายืนยันทีสิคับว่าอูยองของแม่ชอบผู้หญิงงงงงง แฮๆๆ TT_TT

 


               ตอนนี้ในหัวอูยองเหมือนมี อูยองสองคนสีขาวกับสีม่วงดำกำลังเถียงกันอยู่  ฝ่ายนึงบอก
“ช่ายยย   แกตกหลุมรักเค้าจังจังเข้าแล้วละด้งเอ๋ย”   ส่วยอีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับท่าเดียว จนถ้ามันต่อยกันได้คงต่อยกันแล้ว
 


                  เฮ้อออ!!! ยิ่งคิดยิ่งจิตตก จะคิดให้เครียดจนแก้มยุบไปทำไม ถ้ามันจะชอบก็ปล่อยให้หัวใจมันตัดสินเองดีกว่าว่าต้องการอะไร เรื่องนี้เด็กถาปัดทุกคนมันก็รู้กันอยู่แล้วนี่หว่า ว่ารักออกแบบไม่ได้
ถ้าใจมันบอกว่าคนนี้ใช่จริงๆก็คงต้องปล่อยมันไปแล้วละ

 


                 อูยองน้อยผู้แสนสับสนในชีวิต คิดได้ ก็ทอดถอนใจด้วยความปลงตก........


 
 
to be continued................

 

Comment

Comment:

Tweet

กระเพาะแพะ
ฮาๆ ๆ ๆ ๆ

ดูเจย์จะกวนตีนได้โล่นะ

น่าจับมากวนแข่งกะพี่คุณ
><

แต่อาการด้งมันไปไกลแล๊ะ
กู่ไม่กลับแล้ววววววว

พี่คุณตามไปกระชากหัว(ใจ) ในกลับมาที
เอร้ยยยยยยยยยยยย
^^

#2 By nananan (203.131.211.156) on 2010-09-22 00:18

อิพี่เจย์นี่น่ารักเนอะ...

ฮ่า ฮ่า กระด้งน้อยเริ่มสับสนในชีวิต *-* confused smile confused smile confused smile

#1 By lamourterrist (125.26.174.40) on 2010-05-04 12:09